กระเช้าของขวัญ



ในช่วงระหว่างและหลังเทศกาลปีใหม่ เรามักนิยมส่งของขวัญของกำนัลให้แก่กัน เราอาจเป็นทั้งผู้ให้และผู้รับได้ในเวลาเดียวกัน ถ้าเป็นผู้ให้ท่านก็คงเลือกแต่สิ่งดี ๆ ให้ แต่ถ้าเป็นผู้รับบางทีท่านก็อาจจะได้ของที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ หรือของหมดอายุมา





ข้าวของที่นิยมกันมากก็เห็นจะเป็นพวกกระเช้าของขวัญที่มีหลาย ๆ ผลิตภัณฑ์ทั้งของกินจริงกินเล่นบรรจุอยู่ในตะกร้าใบใหญ่ผูกโบว์สีสันสวยงาม ซึ่งส่วนมากเราท่านมักจะใช้วิธีซื้อหาเอาแบบสำเร็จรูป ที่มีวางขายกันอยู่ทั่วไปตามห้างร้าน ห้างสรรพสินค้าไม่ค่อยจะได้จัดทำหนังสือหรือจัดแต่งกันเองนัก



ปัญหามันก็มาอยู่ตรงที่ เจ้าตะกร้าสำเร็จรูปเหล่านี้มักจะมีของที่ไม่มีคุณภาพปะปนมาด้วย ดังนั้นก็ต้องมาเรียนรู้วิธีเลือก วิธีดูว่าผลิตภัณฑ์นั้นดีหรือไม่ดีกัน จะได้ไม่เผลอรับประทานเข้าไปให้เป็นผลเสียแก่สุขภาพของเรา



ของที่มักนิยมบรรจุในตะกร้าก็ได้แก่พวกเครื่องกระป๋อง ชา กาแฟ ขนมปังกรอบ นมสด น้ำผึ้งขนมขบเคี้ยว น้ำหวานเข้มข้น ฯลฯ



เรามาเริ่มกันที่ เครื่องกระป๋อง อาจจะเป็นผลไม้กระป๋อง อาหารกระป๋อง น้ำผลไม้กระป๋อง พวกนี้ต้องดูลักษณะภายนอกกันก่อนคือดูฉลากและดูลักษณะของกระป๋อง



ฉลาก ต้องแสดงรายละเอียด ชื่ออาหาร เลขทะเบียนอาหาร ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิต น้ำหนัก วันเดือนปีที่ผลิต หรือวันหมดอายุจากนั้นก็ดูที่ลักษณะของกระป๋องต้องไม่บุบเบี้ยวหรือบวมพอง ต้องไม่มีสนิม ถ้าปรากฏร่องรอยดังกล่าวก็ไม่ควรรับประทาน



ส่วนลักษณะภายในก็คือ เวลาเปิดต้องไม่มีเสียงลมดันออกมา ผิวด้านในกระป๋องควรเรียบ ไม่มีรอยเส้น หรือรอยด่างหากมีแสดงว่ามีการกัดกร่อน



ชา ลักษณะชาที่ดี ต้อง แห้ง สะอาด ไม่มีสิ่งปลอมปน มีสี กลิ่นรสตามธรรมชาติ ไม่มีการเจือสี ภาชนะบรรจุแห้งและปิดได้สนิท



ขนมปังกรอบ พวกแครกเกอร์และคุ้กกี้ ลักษณะที่ดีที่ควรจะเป็นคือ กรอบ มีกลิ่นหอมไม่เหม็นหืน หรือมีรสขม มีสีสม่ำเสมอไม่ไหม้ ไม่มีวัตถุเจือปน ภาชนะบรรจุต้องสะอาด แห้ง ปิดได้สนิท



นมสด ดูวันหมดอายุให้ดี อย่ากินนมที่หมดอายุ สี กลิ่น รส ต้องไม่เป็นที่น่ารังเกียจ ไม่มีวัตถุกันเสียและสิ่งปลอมปนเด็ดขาด



น้ำผึ้ง เนื้อต้องข้นเป็นเนื้อเดียวกัน ไม่ขุ่น มีกลิ่นรสตามธรรมชาติและไม่มีสิ่งปลอมปน



น้ำหวานเข้มข้น ต้องใส ไม่มีตะกอนหรือผลึกของน้ำตาล ไม่มีการแยกตัวของน้ำมันระเหยที่ผิวหน้าเวลาเก็บต้องระวังอย่าให้โดนแดด น้ำหวานที่เทออกจากขวดแล้วก็ไม่ควรเทกลับเข้าไปใหม่



จะเห็นได้ว่าสิ่งแรกที่ต้องให้ความสนใจก็คือ ฉลาด บอกรายละเอียดได้สมบูรณ์ โดยเฉพาะเรื่องวันเดือนปี ภาชนะต้องสะอาดและมิดชิดรวมทั้งมีรูปพรรณสัณฐานที่สมส่วน ไม่บุบเบี้ยว แต่ถ้าจะให้ดีเห็นทีต้องปฏิบัติไม่ซื้อของในกระเช้า หวังว่าทุกคนคงได้รับแต่ของขวัญที่ดี และมีประโยชน์ในปีใหม่นี้



ตำรับยาแก้ท้องเสียถึงเวลาต้องทบทวน





ยารักษาโรคหนึ่งในปัจจัยสี่ที่คนเราจะขาดเสียไม่ได้ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้มีการผลิตยาสำหรับมนุษย์ขึ้นอย่างมากมาย เฉพาะในประเทศไทยพบว่ามียาสำหรับใช้รักษามนุษย์กว่า 20,000 ตำรับ ด้วยจำนวนตำรับยาที่มหาศาลเช่นนี้ จึงพบว่ามียาที่ไม่เหมาะสมจะใช้ในการรักษาโรคอยู่เป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นยาปลอม ยาที่มีส่วนผสมของสารเคมีอันตราย ซึ่งบางตำรับได้ถูกยกเลิกทะเบียนไปแล้ว แต่เนื่องจากความหละหลวมของกฎหมาย ทำให้มีการลักลอบขายยาอันตรายต่าง ๆ เหล่านี้อยู่ทั่วไป โดยเฉพาะในชนบทที่ห่างไกล ส่วนตำรับยาแก้ท้องเสียที่มีจำหน่ายอยู่ทั่วไปในปัจจุบันพบว่า เป็นยาที่มีสูตรผสมของยาอันตราย และยาปฏิชีวนะอันตรายไม่เหมาะที่จะนำมาใช้ในการรักษาอาหารท้องเสียโดยเฉพาะในเด็ก แม้แต่องค์การอนามัยโลกก็ยอมรับว่ายาแก้ท้องเสียมีความไม่เหมาะสมและเป็นอันตราย … เช่นกัน





ศาสตราจารย์แพทย์หญิงวันดี วรวิทย์ คณะเภสัชศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า โรคอุจจาระร่วงเป็นปัญหาการเจ็บป่วยที่เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตของเด็กเป็นอย่างมากโดยเฉพาะในกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี เด็กเหล่านี้พบว่า มีอัตราการเป็นโรคท้องเสียกว่า 7 ล้านคน และมีอัตราการตายถึง 6.46 คนต่อแสนคน นับเป็นความสูญเสียที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นทั้งนี้เนื่องจากโรคท้องร่วงสามารถรักษาได้ด้วยวิธีการง่าย ๆ โดยการให้สารน้ำทางปาก หรือทางเส้นเลือดดำ เช่น สารน้ำตาลเกลือแร่ น้ำนม หรือน้ำข้าว สิ่งเหล่านี้จะไปชดเชยภาวะการขาดสารอาหารและการขาดน้ำของร่างกายจนเป็นเหตุให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ แต่เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ยังขาดความรู้เรื่องการสาธารณสุขมูลฐานทำให้การดูแลผู้ป่วยไม่ถูกต้องเป็นเหตุให้ผู้ป่วนเสียชีวิต



นอกจากนี้ความเชื่อที่ว่า โรคท้องเสียเป็นเรื่องของธรรมชาติที่เกิดขึ้นกับเด็กทุกคนในช่วงที่เด็กเปลี่ยนพัฒนาการทางร่างกายขึ้น เช่น จากคลาน เป็นตั้งไข่ จึงไม่มีการรักษาเพราะเชื่อว่าอาการจะหายไปเองจึงทำให้เด็กเกิดภาวะขาดน้ำรุนแรงจนถึงแก่ชีวิตได้และอีกสาเหตุหนึ่งที่เสี่ยงต่อการเสียชีวิตของผู้ป่วยเป็นอย่างยิ่ง คือการหาซื้อยามารับประทานเอง



ซึ่งพบว่ายาแก้ท้องเสียสำหรับเด็กที่วางจำหน่ายทั่วไปนั้น ไม่มีผลในการรักษาโรคท้องเสียจริงอย่างที่ประชาชนเข้าใจ ตรงกันข้ามยาเหล่านั้นกลับทำให้เกิดภาวะขาดน้ำรุนแรงยิ่งขึ้น และทำให้เชื้อโรคตกค้างในลำไส้เป็นเวลานานอาการของโรคจะรุนแรงขึ้นจนอาจทำให้เสียชีวิตได้



ถึงแม้การใช้ ORS. หรือ ORT. จะเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการช่วยผู้ป่วนจากโรคท้องเสีย แต่เนื่องจาก ORS. และ ORT. ยังไม่เป็นที่รู้จักกว้างขวางในหมู่ประชาชน ประกอบกับพฤติกรรมการรักษาและความเชื่อของประชาชนที่ว่ายิ่งให้กินของเหลวผู้ป่วยยิ่งถ่ายมากขึ้น และความเข้าใจที่ว่าเมื่ออุจจาระข้นขึ้นหมายถึงอาการดีขึ้น ในส่วนของการโฆษณาในเรื่องดังกล่าวนั้นยังมีน้อยสู้การโฆษณายาแก้ท้องเสียไม่ได้จึงทำให้ปริมาณการใช้ ORS และ ORT มีน้อยเพียง 50% เท่านั้น นายแพทย์อุเทน จารณศรี รองอธิบดีกรมควบคุมโรคติดต่อกล่าว



ในส่วนของตำรับยาแก้ท้องเสียที่วางจำหน่ายทั่วไปก็พบว่าเป็นยาสูตรผสมของยาอันตราย และยาปฏิชีวนะ ด้วยเหตุนี้กลุ่มศึกษาปัญหายาร่วมกับมูลนิธิสาธารณสุขกับการพัฒนาจึงได้จัดประชุมสัมนามาตรการทบทวนทะเบียนตำรับยาแก้ท้องเสียสำหรับเด็กขึ้น เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ที่ผ่านมา และได้เข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายอาทิตย์ อุไรรัตน์ เพื่อยื่นหนังสือเสนอให้มีการทบทวนทะเบียนตำรับยาแก้ท้องเสียดังนี้



1. ยกเลิกยาสูตรผสมทั้งหมด ยกเว้นกลุ่ม electrolyte และ ORS เนื่องจากผิดหลักวิชาการ (ที่ควรเป็นยาเดี่ยวมากกว่ายาสูตรผสม) ยิ่งไปกว่านั้นตำรับยาท้องเสียสูตรที่ขึ้นทะเบียนอยู่ ยังก่อให้เกิดอันตรายมากกว่าประโยชน์ คือ ไม่มีผลในการรักษา เช่น กรณียาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย (antimicrobial) และยาต้านการหดเกร็ง (spasmolytic)



2. ทบทวนกลุ่มยาปฏิชีวนะให้เหมาะสม ไม่ควรนำไปผสมกับยาอื่น ๆ เพราะมีโอกาสเสี่ยงต่อการแพ้ยาและดื้อยาควรจะใช้ยาปฏิชีวนะเมื่อจำเป็นเท่านั้น นอกจากนี้ยาปฏิชีวนะหลายชนิดในกลุ่มนี้ ไม่ได้มีสรรพคุณต้านเชื้อที่ก่อให้เกิดท้องเสีย/ท้องร่วง ดังนั้นการกำหนดข้อบ่งใช้ต้องชัดเจน



3. ยกเลิกยากลุ่มต้านการหดเกร็ง ในรูปแบบยาสำหรับเด็กให้หมด และให้กำหนดคำเตือนยากลุ่มนี้ในยารูปแบบอื่น ๆ ให้ชัดเจนว่าห้ามใช้ในเด็กเด็ดขาด



4. ทบทวนฉลากยาในกลุ่มนี้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นข้อบังคับใช้ คำเตือน รวมทั้งคำแนะนำการใช้ ORS



5. ทบทวนการขึ้นทะเบียนยาที่มีบริษัทขึ้นทะเบียนยาชนิดเดียวกันมาก เช่น loperamide โดยเปรียบเทียบคุณภาพการกระจายตัวและผลการรักษา