สมัยเด็กๆ สมัยยังเรียนประถม เรียนมัธยมศึกษาอยู่ ต้องสวดมนต์ และแผ่เมตตาเป็นประจำพอโตขึ้นก็เริ่มห่างจาก การแผ่เมตตา จนกระทั้ง ได้พบกับ เพื่อนคนหนึ่ง เล่าว่า สมัยก่อนเขามักจะโมโหร้าย นับหนึ่งถึงร้อย ก็ยังเอาไม่อยู่ พอมีพระแนะนำว่า ให้เอาบท แผ่เมตตาเข้าข่ม เพื่อนคนนั้น ก็ทำตาม เขาเล่าติดตลกว่า ถ้ายังโมโหมากๆ ก็สวดเสียงดังๆ ไปเลย (เหมือนสวดส่ง วิญญาณ) ถึงจะดู เพี้ยน แต่ก็ไม่เป็นพิษเป็นภัย ดีกว่ามาทะเลาะวิวาท ซึ่งอาจจะ เสียทั้งทรัพย์สิน หรือต้องเจ็บตัว และอาจต้องขึ้นโรงขึ้นศาล มีอีก ตัวอย่างหนึ่ง ซึ่งเอามาบทแผ่เมตตา มาใช้เพื่อข่มจิตใจ เพื่อนอีกคนหนึ่ง เป็นคนจิตใจ อ่อนไหวง่าย เจอสัตว์ตายสภาพเละเทะ ก็จะ อาเจียน ทุกครั้ง หลังๆมานี่ทุกครั้ง ที่เจอสัตว์ตาย เขาจะแผ่เมตตาทุกครั้ง ที่น่าแปลกก็คือ เขาไม่เคยนึกอยาก อาเจียน อีกเลย



ที่จริงแล้วการแผ่เมตตา เป็น การทำจิตใจ ให้สงบ และมีสติ ยึดติดกับตัวเอง น้อยลง จึงทำให้ อยู่กับตัวเอง อย่างสงบร่มเย็น มากขึ้น



คำแผ่เมตตา



สัพเพสัตตา สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกัน ทั้งหมด ทั้งสิ้น



อะเวรา จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวร ซึ่งกัน และกันเลย



สัพเพสัตตา สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกัน ทั้งหมด ทั้งสิ้น



อัพยาปัชฌา จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้เบียดเบียน ซึ่งกัน และกันเลย



สัพเพสัตตา สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกัน ทั้งหมด ทั้งสิ้น



อะนีฆา จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีความ ทุกข์กาย ทุกข์ใจ เลย



สัพเพสัตตา สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกัน ทั้งหมด ทั้งสิ้น



สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ จงมีความสุขกายสุขใจ รักษาตน ให้พ้นจาก ทุกข์ภัย ทั้งสิ้น ท่านทั้งหลาย ที่ประสบทุกข์ ขอให้ท่าน พ้นจากทุกข์ ท่านทั้งหลาย ที่ได้สุข ขอให้ท่าน ได้สุข ยิ่งๆ ขึ้นเทอญ