เคยเจอมั้ย ร้านอาหารที่ไม่ให้กินเค้กวันเกิด!!!



ร้านนั้นชื่อ วนิลา การ์เด้น ซึ่งเป็นร้านอาหารในเครือของ เอส แอนด์ พี บริษัทมหาชน ที่เราทุกคนรู้กันอยู่ว่าเป็นร้านอาหารราคาปานกลางที่เสริฟ์ด้วยอาหารปริมาณน้อยนิด หรือเรียกว่า ไม่แฟร์ นั่นเอง



อยากเล่าให้ทุกคนฟังว่า หากจะจัดเลี้ยงวันเกิด ก็อย่าได้หน้าด้านไปร้านชื่อ วนิลา การ์เด้น ทั้งที่อยู่ที่ Play Ground ทองหล่อ ที่สยามพารากอน และที่เอกมัยซอย 12 โดยเด็ดขาด



เหตุคือว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 กันยายน ที่ผ่านมา ผมและครอบครัวไปทานอาหารกลางวัน วันเกินหลานชายอายุ 4 ขวบ ที่ ร้านชื่อ วนิลา การ์เด้น เอกมัยซอย 12 พร้อมกับซื้อเค้กรสที่หลานชอบไปเป็นของขวัญด้วย พอทานอาหารกันอิ่มเรียบร้อย เราก็บอกให้บ๋อยช่วยเก็บโต๊ะและช่วยเตรียมมีดและจานมาเพื่อให้หลานได้ตัดเค้ก (เหมือนทั่วๆ ไปที่เรานิยมทำกันในวันเกิด) แต่บ๋อยกลับมาบอกเราว่า เป่าเทียนวันเกิดได้ แต่ "ห้ามกินเค้ก" เราทุกคน โดยเฉพาะคนที่เลือกร้านนี้ หน้าเจื่อนไปหมด รวมทั้งเด็กน้อยอายุ 4 ขวบของเราก็พลอยหน้าเสีย ไม่ยอมแม้กระทั่งเป่าเทียนที่ตื่นเต้นตั้งตารอมาตั้งแต่เมื่อวานนี้ด้วย เราจึงให้บ๋อยไปตามผู้จัดการร้านมาชี้แจง แต่ทั้งร้านก็ไม่มีผู้จัดการร้าน มีบ๋อยอีกคนที่ดูเป็นผู้ใหญ่มากกว่ามาพยายามอธิบายว่าเป็นกฎของร้าน



ใช่ครับ กฎของร้านอาหารทุกร้านมีอยู่ว่า ห้ามนำอาหารจากภายนอกเข้ามารับประทาน เราเข้าใจดีอยู่ ถ้าเป็นประเภทเครื่องดื่มล่ะก็สมควรห้ามครับ เพราะถ้าลูกค้าเอาเครื่องดื่มไปเอง ลูกค้าก็จะไม่สั่งของร้าน แต่ถ้าอยากดื่มของตัวเองจริงๆทางร้านก็จะคิดค่าเปิดขวดไงครับ แต่เค้กวันเกิดเนี่ยมันคนละเรื่องกัน ถ้าลูกค้าไม่เอาเค้กมาเอง บางทีทางร้านอาจจะไม่มีเค้กทั้งก้อนขาย แต่ลูกค้าก็ไม่จำเป็นต้องทานเค้ก เหมือนจำเป็นต้องดื่มเครื่องดื่มนี่ครับ ไม่ทานก็ได้ใช่มั้ย หรือถ้ากลัวว่าร้านจะเสียรายได้ไปจริงๆ ก็แล้วทำไมไม่เป็นผู้ริเริ่มคิด "ค่าเปิดเค้ก" เป็นรายแรกของโลกไปเลยล่ะ ฟังแล้วเป็นไง ได้ไอเดียของการขายบริการที่โคตรเห็นแก่ตัวเลยมั้ย แล้วลูกค้าที่ไหนจะพอใจล่ะ



การเป่าเทียนวันเกิด พร้อมกับการได้แบ่งกันทานเค้กวันเกิดนี้ด้วยกัน น่าจะเป็นการกระทำที่มีเจตนาเพื่อแสดงสัญลักษณ์ของวันเกิด เป็นการอวยพรวันเกิด เพื่อความสนุกสนาน และให้เกียรติคนซื้อเค้กมาให้เป็นของขวัญ ไม่ใช่เป็นการนำเค้กมาทานเพื่อเป็นของหวานหลังอาหารไม่ใช่หรือ เจตนา และมารยาทนี้ คนที่มีการศึกษาทุกคนก็น่าจะเข้าใจดีอยู่ เค้กก้อนใหญ่โตที่ซื้อมาสำหรับแขกทุกคน เอากลับบ้านไปแล้วใครจะกินหมดล่ะครับ



จริงอยู่ว่าที่ร้านอาจจะมีขนมเค้กขายด้วย แต่ที่เราเห็นอยู่ก็มีแต่ที่ตัดเป็นชิ้นๆ แล้ว ไม่มีเค้กอันไหนเลยที่มีเต็มก้อนให้เอามาตัดได้ บ๋อยที่มาบอกก็ไม่ได้บอกว่า ที่ร้านมีเค้กขายก็เลยไม่อนุญาตให้นำจากข้างนอกเข้ามาทาน เราก็จะไม่ว่ากัน ซื้อก็ซื้อสิ มีปัญญาจ่ายตั้งค์ค่าอาหารตั้งเยอะแล้ว จะจ่ายค่าเค้กอีกก้อนก็ไม่เห็นเป็นไร แต่ทีสำคัญมันไม่ได้อยู่ที่เค้ก มันอยู่ที่ความตั้งใจของผู้ให้ และความชอบของผู้รับ ว่าต้องการให้เจ้าของวันเกิดและทุกคนได้ชิมเค้กที่อุตส่าห์ไปหาซื้อมา แล้วร้านนี้ก็ใช้ชื่อว่าเป็นร้านอาหาร ไม่ได้ใช้ชื่อว่าเป็นร้านเบเกอรี่ซักหน่อย จะมีน้ำใจให้ลูกค้าทานเค้กวันเกิดของตัวเองไม่ได้เลยหรือ ลูกค้าทานอาหารของร้านจนอิ่มแล้ว คงมีไม่กี่คนจะนั่งทานเค้กต่อหรอก (ถึงแม้ว่าจะทานอาหารไม่อิ่มก็ตาม เพราะร้านนี้อาหารไม่อร่อย และทำอาหารช้ามากๆ แต่ตอนคิดเงินเนี่ย เร็วปรื๊ด) อย่างนี้มันเกินไปครับ



ไม่ทราบว่าเจ้าของร้านและผู้ที่เกี่ยวข้องของร้านชื่อ วนิลา การ์เด้น นี้ เอาสมองส่วนไหนคิดกฏข้อนี้ขึ้นมา ผมเกิดมา 36 ปี ไปทานข้าววันเกิดทั้งของตัวเอง และของคนอื่นมานับครั้งไม่ถ้วน ทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศ ยังไม่เคยเจอร้านอาหารหรือโรงแรมไหนๆ ที่ทำทุเรศได้ถึงขนาดไม่ให้ลูกค้าที่สั่งอาหารของร้านทานจนอิ่มแล้ว ห้ามทานเค้กวันเกิดของตัวเองเลย เคยเจอแต่เมื่อทางร้านรู้ว่าเป็นวันเกิดของลูกค้าก็มีจะเค้กมาให้ แล้วก็มีพนักงานมาร้องเพลงอวยพรวันเกิด จนถึงกระทั่งมาเต้นระบำให้ดู บางร้านให้ส่วนลด บางร้านให้คูปอง บางร้านให้ของขวัญ ดูอย่าง เอ็มเค สุกี้ ซิ ร้านอาหารราคาสมเหตุสมผล ทานอิ่มอร่อย ก็ยังมีพนักงานมาเต้นระบำให้ดูเลย มันเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่ทำให้ลูกค้าเกิดความพอใจแล้วกลับมาใช้บริการอีก หรืออย่างน้อยก็ไม่ทำให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกเกลียดชังร้านครับ ร้านอาจจะขาดรายได้เป็นค่าขนมเค้ก 1 ก้อน แต่ซื้อใจลูกค้าเอาไว้ได้ เรื่องนี้ไม่ต่องเรียนสูงๆ ก็รู้ได้ครับ



เกิดมาไม่เคยพบเคยเห็น จึงอยากจะบอกทุกคนว่าอย่าได้โง่ไปจัดเลี้ยงวันเกิดที่ร้านวนิลา การ์เด้นโดยเด็ดขาด ด้วยเหตุผลที่ว่า เจตนาการทำธุรกิจของร้านนี้ไม่ได้อยู่ที่การขายสินค้าและบริการที่ดี สมเหตุสมผล เพื่อแลกกับผลประกอบการและกำไรที่ดีของธุรกิจ หรือเรียกง่ายๆ ว่า ร้านวนิลา การ์เด้นนี้มันขายของเอาแต่ได้ เห็นแก่ตัว ไม่แฟร์ ใจคับแคบ และไม่มีน้ำใจ ไม่สนใจว่าลูกค้าผู้ที่เอาสตางค์ไปให้ (ถ้าจะพูดจริงๆ ก็ไม่คุ้มค่ากับปริมาณอาหารที่ได้รับอยู่แล้ว) จะเสียหน้าและเสียความรู้สึกขนาดไหนที่เจอกับเหตุการณ์แบบนี้ ถ้าใครยังไปอุดหนุนธุรกิจที่ทุเรศแบบนี้ก็โง่บรมแล้วนะครับ โง่อย่างเดียวยังไม่พอ ยังเป็นการสนับสนุนให้ธุรกิจแบบนี้เกิดขึ้นอีกมากมาย เพราะความโง่ของผู้บริโภคที่ทำให้ธุรกิจชนิดนี้มันได้กำไรจนทำให้ใครๆ ก็ทำตาม แล้วอีกหน่อยพวกเรา ผู้โภคทั้งหลายจะไม่ได้บริโภคสินค้าและบริการที่ดีเลย โดนโฆษณาและหน้ากากสวยงามที่พวกมันปั้นขึ้นมาใส่ หลอกเอาจนโงหัวไม่ขึ้น



เมื่อเราจัดเลี้ยงวันเกิด แน่นอนว่าผู้ไปทานอาหารต้องมีมากกว่า 2 หรือ 3 คนอยู่แล้ว ร้านอาหารได้เงินไปเท่าไหร่แล้ว กะไอ้แค่เค้กวันเกิดนิดหน่อยเนี่ย ถ้ามันไม่ให้ทานของเราแล้วให้เราสั่งของร้านมัน มันจะได้เงินเพิ่มขึ้นอีกเท่าไหร่ แต่ถ้ามันให้เราทานเค้กของเราอย่างมีความสุข และมาอวยพรวันเกิดให้เราด้วยเนี่ย แน่นอนว่าเราก็ต้องสั่งเครื่องดื่มเพิ่ม พร้อมทั้งเพิ่มทิปให้อยู่แล้ว แล้วถ้าลูกค้าพอใจร้าน หลายๆ คนที่ไปด้วยกันก็จะกลับไปใช้บริการอีก หรือว่ากลับมาเลี้ยงวันเกิดที่ร้านนี้อีก มันจะได้เงินเพิ่มขึ้นอีกเท่าไหร่ แต่ที่แน่นอนพวกเราทุกคนที่โง่ไปทานอาหารร้านมันวันนี้ก็จะไม่ไปอีกโดยเด็ดขาด รวมทั้งเพื่อนๆ ของพวกเราทุกคนที่รู้เรื่องนี้ก็จะไม่มีใครโง่ไปทานอาหารร้านนี้ด้วยเหมือนกัน



ผมเห็นคอลั่มน์และนำร้านอาหารร้านนี้มาจากนิตยสาร GM ครับ ขอบอกนิตยสารและสื่อมวลชนทั้งหลายด้วยว่า ที่หลังเวลาจะแนะนำร้านอาหารอะไรก็อย่าเขียนให้เวอร์ ขอให้แนะนำร้านที่ดีจริงๆ ให้สมกับความน่าเชื่อถือของพวกท่านด้วยนะครับ อย่าเห็นแก่เงิน และความ Update อย่างเดียว หรืออย่างน้อยก็ควรจะเขียนลงไปในนั้นด้วยว่าจะต้องเตรียมใจไปพบกับอะไรเวลาไปใช้บริการร้านที่ท่านแนะนำ ผิดหวังครับที่เชื่อถือสื่อมวลชนอย่างท่าน