กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เผยผลสำรวจภาวะโภชนาการของคน กทม. พบว่าเด็กกรุงร้อยละ 19.9 และเด็กเขตเมืองร้อยละ 19.6 มีภาวะอ้วน เริ่มอ้วนและท้วม เพราะนิสัยการกินอาหารตามใจตัวเอง เนื่องจากพ่อแม่เชื่อว่า “เด็กอ้วนน่ารัก” และมีพฤติกรรมการกินอาหารอ้วนทั้งครอบครัว



นายแพทย์สมยศ เจริญศักดิ์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยผลการสำรวจภาวะโภชนาการของชาว กทม.พบว่า เด็กวัยเรียนร้อยละ 19.9 มีภาวะอ้วน เริ่มอ้วนและท้วม ซึ่งมาจากพฤติกรรมการบริโภคที่ไขมันมีสูง รสหวานและขาดการออกกำลังกาย



นอกจากนี้ยังได้รับสารอาหารพวก เหล็ก วิตามินเอ และวิตามีซี ไม่เพียงพอได้รับเพียง 45-65 ของสารอาหารที่ควรได้รับ ในขณะที่เด็กได้รับพลังงานเฉลี่ยวันละ 1,452 กิโลแคลอรี ซึ่งน้อยกว่าปริมาณที่ควรได้รับ แต่กลับพบว่าเด็กกรุงเทพฯได้รับโปรตีนมากเกินความต้องการถึงร้อยละ 162.7 อีกทั้งยังพบว่าเด็กนักเรียนบริโภคนมเพียง ¾ กล่อง และมีเด็กที่ไม่ทานนมเลยร้อยละ 40 และบริโภคผักและผลไม้เพียงวันละ 74 กรัม ซึ่งนับว่าน้อยมากจากที่องค์การอนามัยโลกกำหนดไว้



“ตรงนี้เป็นเพราะมีผู้ปกครองส่วนหนึ่งเห็นว่า เด็กอ้วนก็ดูน่ารัก แก้มยุ้ย แข็งแรงดีอยู่แล้ว แต่ความเป็นจริงหากปล่อยให้เด็กอ้วนมากๆ จะกลายเป็นปัญหาเรื้อรังที่แก้ไขยาก ซึ่งจะมีผลกระทบกับเด็กทั้งร่างกาย จิตใจ และสังคม”



นายแพทย์สมยศ กล่าวต่อไปอีกว่า ด้านพฤติกรรมการบริโภคพบว่า เด็กวัยเรียนบริโภคอาหารเช้าทุกวันเพียงร้อยละ 70.9 และเด็กหญิงอายุ 12-14 ปีทานอาหารเช้าเพียงร้อยละ 48.1 แต่กลับพบว่ามีการบริโภคขนมขบเคี้ยว ดื่มน้ำอัดลมทุกวันร้อยละ 32.8และร้อยละ 26 ตามลำดับ อีกทั้งเด็กวัยเรียนบริโภคยังอาหารจานด่วนแบบตะวันตกถึงร้อยละ 92.5 และมีเพียงเด็กเพียงร้อยละ 7.5 ที่ไม่กินอาหารจำพวกนี้เลย



ด้าน นายสง่า ดามาพงศ์ นักวิชาการสาธารณสุข 9 กรมอนามัยกล่าวว่า ที่เด็กอ้วนส่วนน้อยที่จะมาจากกรรมพันธุ์ แต่ส่วนใหญ่มาจากพฤติกรรมของเด็กที่ทานอาหารไม่ถูกหลักและไม่ออกกำลังกาย เด็กไทยกินอาหารที่หวาน มัน และมีโปรตีนเยอะ เช่น น้ำชาเขียว น้ำอัดลม อาหารทอด ขนมกรุบกรอบและมีเนื้อมากๆ ทานผักน้อยๆ ซึ่งตรงนี้ครอบครัวมีส่วน ตั้งแต่แรกเกิดถ้าให้ทานนมแม่ก็จะไม่เสี่ยงกับการเป็นเด็กอ้วนอย่างนมผสม จนโตก็อย่าให้เด็กติดหวาน ติดเค็ม เพราะอันตรายกับสุขภาพ หัดให้ลูกกินผักเยอะๆ



นอกจากนี้ยังพบว่าเด็กที่อ้วน พ่อแม่ก็อ้วนด้วยเช่นกัน นี้แสดงให้เห็นว่าพฤติกรรมการกินอาหารไม่ถูกหลักเป็นกันทั้งครอบครัว ตรงนี้ถ้าพ่อแม่ต้องช่วย ต้องปรับนิสัยการกินทั้งครอบครัว ไม่กินจุกจิก ไม่กินอาหารอ้วนๆ



ด้าน แพทย์หญิงแสงโสม สีนะวัฒน์ แนะนำให้เด็กที่เป็นโรคอ้วนทานอาหารจำพวก แป้ง ไขมันและอาหารหวานลดลง ทานอาหารได้พลังงาน 1,200 กิโลแคลอรีต่อวัน คือ ทานข้าวมือละทัพพีหรือทัพพีครึ่งพอ เน้นผักและผลไม้ให้มากและหลีกเลี่ยงผลไม้ที่มีรสหวานด้วย